แมนซิตี้วิกฤตหนักแผนอินเวิร์ตฟูลแบ็กของมาเรสก้า

แมนฯ ซิตี้ วิกฤต! มาเรสก้าโดนแฉจุดอ่อนแท็กติก ฟูลแบ็กเติมสูงเปิดช่องโหว่จนคู่แข่งลงโทษ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก หลังพ่ายแพ้ต่อ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-3 ในศึกพรีเมียร์ลีก ทำให้ทีมของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ต้องพบกับความพ่ายแพ้ในลีกเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน โดยเกมนี้เผยให้เห็นปัญหาทางแท็กติกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการจัดตำแหน่งฟูลแบ็กที่เติมเกมรุกสูงเกินไปจนเปิดพื้นที่ว่างให้คู่แข่งเล่นงาน

เกมที่ เดอะ ซิตี้ กราวด์ แมนฯ ซิตี้ เริ่มต้นได้อย่างย่ำแย่ เมื่อเสียประตูตั้งแต่นาทีที่ 6 จากความผิดพลาดของ ยอสโก้ กวาร์ดิโอล ก่อนที่ เลียม ดีแลป จะช่วยให้ฟอเรสต์หนีห่างเป็น 2-0 ในนาทีที่ 18 จากจังหวะสวนกลับเร็ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเกมรับของทีมเยือนได้เป็นอย่างดี

ปัญหาฟูลแบ็กเติมสูง เปิดพื้นที่ให้คู่แข่งโจมตี

หนึ่งในจุดอ่อนสำคัญของแมนฯ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของมาเรสก้า คือการใช้งานฟูลแบ็กแบบอินเวิร์ต โดยเกมนี้ อับดุลโคดีร์ คูซานอฟ และ ยอสโก้ กวาร์ดิโอล ได้รับหน้าที่เป็นแบ็กขวาและแบ็กซ้ายตามลำดับ แต่เมื่อทีมครองบอล ทั้งคู่มักขยับเข้ามาเล่นตรงกลางสนามและดันตำแหน่งขึ้นสูงเพื่อสนับสนุนเกมรุก

แม้แนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มตัวเลือกในการขึ้นเกม แต่ปัญหาคือเมื่อแมนฯ ซิตี้ เสียบอล ฟูลแบ็กทั้งสองคนมักอยู่ในตำแหน่งที่ห่างจากแนวรับมากเกินไป ส่งผลให้คู่เซนเตอร์แบ็กต้องรับมือกับเกมสวนกลับโดยขาดตัวช่วย ขณะที่แดนกลางก็มีพื้นที่ให้คู่แข่งโจมตีได้ง่ายขึ้น

แดนกลางสามประสานยังขาดสมดุล

อีกหนึ่งปัญหาที่มาเรสก้ายังแก้ไขไม่ได้ คือการเลือกใช้ รายาน แชร์กี, เอ็นโซ่ เฟอร์นันเดซ และ เอลเลียต แอนเดอร์สัน เป็นสามประสานในแดนกลาง โดยเฉพาะบทบาทของแอนเดอร์สันที่ต้องรับผิดชอบพื้นที่เกมรับมากเกินไป

เนื่องจากแชร์กีและเอ็นโซ่ เฟอร์นันเดซ ไม่ได้มีจุดเด่นในเรื่องการวิ่งลงมาช่วยเกมรับเมื่อทีมเสียการครองบอล ทำให้แอนเดอร์สันต้องแบกรับภาระในการป้องกันพื้นที่ตรงกลางสนามเพียงลำพัง ยิ่งเมื่อฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งเติมขึ้นสูงพร้อมกัน ช่องว่างระหว่างแดนกลางกับแนวรับก็ยิ่งเปิดกว้าง และกลายเป็นพื้นที่ที่คู่แข่งสามารถใช้โจมตีได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ความผิดพลาดในการจ่ายบอลหรือการเสียการครองบอลในแดนกลางยังส่งผลกระทบรุนแรง เพราะแนวรับของซิตี้มักไม่มีผู้เล่นคอยช่วยป้องกันเพียงพอ ทำให้คู่แข่งสามารถเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกและสร้างโอกาสทำประตูได้อย่างรวดเร็ว

มาเรสก้าต้องเร่งปรับแท็กติก ก่อนวิกฤตบานปลาย

ความพ่ายแพ้ต่อฟอเรสต์เป็นอีกครั้งที่แสดงให้เห็นว่าแมนฯ ซิตี้ ยังมีปัญหาเรื่องความสมดุลระหว่างเกมรุกและเกมรับ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้นในเกมนี้ แต่เป็นจุดอ่อนที่ปรากฏให้เห็นมาตลอดฤดูกาล

มาเรสก้าจำเป็นต้องทบทวนแนวทางการเล่นของทีม โดยเฉพาะการใช้ฟูลแบ็กที่เติมเกมรุกสูงพร้อมกันทั้งสองฝั่ง หากยังต้องการให้แชร์กีและเอ็นโซ่ เฟอร์นันเดซ ทำหน้าที่สร้างสรรค์เกมร่วมกับแอนเดอร์สันในแดนกลาง ทีมก็ควรมีผู้เล่นคอยรักษาสมดุลและป้องกันพื้นที่ด้านหลังให้มากขึ้น

ท้ายที่สุด ฟอเรสต์ไม่ใช่ทีมแรกที่ค้นพบช่องโหว่นี้ และคงไม่ใช่ทีมสุดท้ายหากแมนฯ ซิตี้ ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ การปรับแท็กติกและสร้างสมดุลระหว่างเกมรุกกับเกมรับจึงเป็นภารกิจเร่งด่วนของมาเรสก้า เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไป เรือใบสีฟ้าอาจต้องเผชิญกับเกมที่เปิดแลกและเสียประตูง่ายแบบนี้อีกหลายครั้ง