แมนซิตี้ต้องรีบแก้ไขมาเรสก้าถูกชี้ทางออก

แมนฯ ซิตี้ เจอทางออกแล้ว? ชี้ มาเรสก้าควรดันแอนเดอร์สันเล่นเบอร์ 8 ใช้บูอัดดี้คุมแดนกลาง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก หลังบุกไปพ่าย น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-3 ในศึกพรีเมียร์ลีก ส่งผลให้ทีมของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า พบกับความพ่ายแพ้ในลีกเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน โดยเกมดังกล่าวเผยให้เห็นปัญหาสำคัญของทีมอย่างชัดเจน นั่นคือการขาดความสมดุลในแดนกลาง จนทำให้ผู้เล่นเกมรุกที่มีคุณภาพมากมายไม่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่

แม้แมนฯ ซิตี้ จะมีตัวเลือกในแนวรุกที่เต็มไปด้วยความสามารถในการสร้างสรรค์เกม แต่ปัญหาคือทีมยังขาดความแข็งแกร่งในการควบคุมพื้นที่แดนกลาง ส่งผลให้คู่แข่งสามารถเจาะเข้าถึงแนวรับได้ง่ายเกินไป และทำให้รูปเกมของทัพเรือใบสีฟ้าเปิดแลกมากกว่าที่ควรจะเป็น

มาเรสก้าต้องเร่งปรับสมดุลแดนกลาง

ปัญหาที่เห็นได้ชัดจากเกมพ่ายฟอเรสต์ คือการจัดแผงมิดฟิลด์ที่ประกอบด้วย รายาน แชร์กี, เอ็นโซ่ เฟอร์นันเดซ และ เอลเลียต แอนเดอร์สัน ซึ่งยังไม่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับคู่แข่งที่เล่นด้วยความแข็งแกร่งและเน้นการเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุกอย่างรวดเร็ว

ยิ่งไปกว่านั้น การใช้ฟูลแบ็กที่ขยับเข้ามาเล่นตรงกลางและเติมเกมรุกสูงพร้อมกันทั้งสองฝั่ง ยิ่งทำให้พื้นที่บริเวณกลางสนามขาดการป้องกันอย่างเห็นได้ชัด ฟอเรสต์สามารถใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้แมนฯ ซิตี้ ต้องเจอกับปัญหาในการรับมือเกมสวนกลับตลอดการแข่งขัน

ทางออกสำคัญจึงอยู่ที่การปรับโครงสร้างแดนกลางให้มีความสมดุลมากขึ้น โดยเฉพาะบทบาทของเอลเลียต แอนเดอร์สัน ที่อาจทำผลงานได้ดีกว่าเดิมหากได้รับโอกาสลงเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์หมายเลข 8 แทนที่จะต้องรับผิดชอบพื้นที่หน้าแผงกองหลังในฐานะหมายเลข 6 เพียงลำพัง

อายูบ บูอัดดี้ อาจเป็นคำตอบที่แมนฯ ซิตี้ ตามหา

หนึ่งในแนวทางที่น่าสนใจคือการให้ อายูบ บูอัดดี้ เข้ามาทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรับหมายเลข 6 เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและความปลอดภัยให้กับแดนกลาง โดยมีแอนเดอร์สันขยับไปเล่นในตำแหน่งหมายเลข 8 ซึ่งเป็นบทบาทที่เหมาะสมกับคุณสมบัติของเขามากกว่า

ขณะที่ตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกยังสามารถเลือกใช้งานได้ทั้งแชร์กี, เอ็นโซ่ เฟอร์นันเดซ หรือ ฟิล โฟเด้น ขึ้นอยู่กับแผนการเล่นและคู่แข่งในแต่ละเกม

แนวทางนี้จะช่วยให้แมนฯ ซิตี้ มีผู้เล่นคอยปกป้องพื้นที่หน้าแนวรับอย่างจริงจัง ลดภาระของแอนเดอร์สัน และเปิดโอกาสให้บรรดาผู้เล่นเกมรุกสามารถแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับการเสียสมดุลเมื่อทีมเสียการครองบอล

ที่สำคัญ การมีมิดฟิลด์ตัวรับที่แข็งแกร่งยังช่วยลดความกดดันให้แนวรับ เพราะคู่แข่งจะไม่สามารถเจาะผ่านแดนกลางเข้ามาสร้างอันตรายได้ง่ายเหมือนที่ผ่านมา

ช่วงพักเบรกทีมชาติคือโอกาสสำคัญของมาเรสก้า

การเข้าสู่ช่วงพักเบรกทีมชาติถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับมาเรสก้าในการทบทวนปัญหาของทีม หลังแมนฯ ซิตี้ แสดงให้เห็นถึงความผิดพลาดทั้งในเกมรับและเกมแดนกลางมาอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่กุนซือชาวอิตาลีต้องเร่งแก้ไขคือการทำให้ทีมมีความรัดกุมมากขึ้นเมื่อไม่มีบอล เพราะตลอดช่วงที่ผ่านมา แมนฯ ซิตี้ มักเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งโจมตีได้ง่าย และมีปัญหาในการรับมือกับเกมสวนกลับอย่างชัดเจน

แม้ทีมจะมีขุมกำลังที่เต็มไปด้วยนักเตะคุณภาพทั้งแนวรับ แดนกลาง และแนวรุก แต่การประสานงานระหว่างผู้เล่นแต่ละตำแหน่งยังไม่ลงตัว ส่งผลให้ศักยภาพโดยรวมของทีมไม่ถูกนำออกมาใช้อย่างเต็มที่

ดังนั้น การเสริมความแข็งแกร่งในแดนกลางจึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาหลายอย่างพร้อมกัน หากมาเรสก้าสามารถจัดระบบให้มีความสมดุลมากขึ้น ก็มีโอกาสที่แนวรุกของแมนฯ ซิตี้ จะกลับมาทำผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง

ท้ายที่สุด ความพ่ายแพ้ต่อฟอเรสต์ถือเป็นสัญญาณเตือนครั้งสำคัญสำหรับทัพเรือใบสีฟ้า และช่วงพักเบรกทีมชาติครั้งนี้อาจเป็นโอกาสที่มาเรสก้าจะได้ปรับจูนทีมครั้งใหญ่ เพราะหากยังปล่อยให้ปัญหาแดนกลางดำเนินต่อไป ความสามารถของนักเตะเกมรุกที่มีอยู่ก็อาจไม่เพียงพอที่จะพาทีมกลับมาสู่เส้นทางแห่งชัยชนะได้