ไคล์ วอล์คเกอร์ อดีตกองหลังของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีที่สโมสรถูกพรีเมียร์ลีกตั้งข้อกล่าวหาละเมิดกฎทางการเงินถึง 114 กระทง โดยยอมรับว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นดูไม่ดีนัก พร้อมเผยความกังวลว่าตัวเขาอาจต้องเผชิญกับการลบรอยสักที่เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาของตัวเองกับทีม หากเรื่องราวบานปลายไปมากกว่านี้
วอล์คเกอร์ยืนยันว่า ในช่วงเวลาที่คดีดังกล่าวกำลังดำเนินไป ตัวเขาและเพื่อนร่วมทีมในเวลานั้นพยายามมุ่งมั่นกับการทำผลงานในสนามเป็นหลัก โดยปล่อยให้กระบวนการทางกฎหมายเป็นหน้าที่ของสโมสรในการจัดการ
สำหรับคดีนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกกล่าวหาว่าละเมิดข้อบังคับทางการเงินของพรีเมียร์ลีกหลายประการ รวมถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเพิ่มรายได้ของสโมสรผ่านข้อตกลงสปอนเซอร์ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าไม่เป็นไปตามความเป็นจริง อย่างไรก็ตาม สโมสรยืนกรานปฏิเสธการกระทำผิดมาโดยตลอด และได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอิสระแล้ว
หากท้ายที่สุดแมนฯ ซิตี้ถูกลงโทษจริง บทลงโทษที่อาจเกิดขึ้นมีตั้งแต่การปรับเงินจำนวนมหาศาล ไปจนถึงการตัดคะแนนอย่างหนัก ซึ่งอาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นทำให้ทีมต้องตกชั้นไปเล่นในศึกแชมเปียนชิพ
นอกจากนี้ รายงานจากสื่ออังกฤษยังระบุว่า สโมสรอาจเผชิญความเสี่ยงต่อการถูกตัดคะแนนเพิ่มเติม ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงก็อาจทำให้สถานการณ์ของทีมเลวร้ายลงไปอีก และมีความเป็นไปได้ที่จะต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งฤดูกาลในลีกระดับสองของอังกฤษ
แม้คดีดังกล่าวยังมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินต่อไป แต่คำให้สัมภาษณ์ของวอล์คเกอร์สะท้อนให้เห็นว่า ประเด็นทางการเงินของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเป็นเรื่องใหญ่ที่สร้างแรงกดดันให้กับสโมสรและผู้ที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะที่บทสรุปสุดท้ายจะเป็นปัจจัยสำคัญต่ออนาคตของทีมในเวทีฟุตบอลอังกฤษ
หมายเหตุ: บทลงโทษที่กล่าวถึงข้างต้นเป็นเพียงความเป็นไปได้ตามรายงานข่าว ไม่ใช่ข้อสรุปว่าการลงโทษดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว
